วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2551

ติดตั้งวิสต้า

ที่ร้านอินเตอร์เน็ตของผม ยังคงใช้วินโดว์สเอ็กซ์พีอยู่ครับ เพราะเครื่องที่ร้านสเปคค่อนข้างต่ำ คือใช้ แอธล่อน 1800 และแรม 256-512 เท่านั้น ซึ่งใช้ร่วมกับเอ็กซ์พีได้ดีครับ ความเร็วในการทำงานยอมรับได้ ส่วนที่ห้องผม ก็มีเครื่องคอมรุ่นเดียวกัน คือ แอธล่อน 1800 และแรม 384 ซึ่งก็ใช้เอ็กซ์พีเช่นเดียวกัน

ผมเคยลองคิดที่จะลงวิสต้า แต่ปรากฏว่าวิสต้าต้องลงจากแผ่นดีวีดี ซึ่งเครื่องผมไม่สามารถอ่านแผ่นดีวีดีได้ อ่านได้เฉพาะแผ่นซีดี และเท่าที่เคยได้ยินมาเครื่องคอมควรมีแรมอย่างต่ำ 1 จิ้ก เพื่อการทำงานที่ราบรื่น ผมก็เลยตัดใจและก็ไม่ได้ลองใช้งานวิสต้า

จนมาเมื่อเดือนที่แล้ว ผมอ่านเว็บไปเจอวินโดว์ วิสต้า ขนาดเล็ก โดยใช้แค่แผ่นซีดีแผ่นเดียวสำหรับติดตั้ง ผมก็เลยไปดาวน์โหลดมา จากนั้นก็เขียนใส่แผ่นซีดีและลองนำมาติดตั้ง

ปรากฏว่าติดตั้งไม่ได้ มีข้อความแสดงความผิดพลาดขึ้นมา ผมก็ไม่แน่ใจว่าเกิดจากอุปกรณ์คอมผมเก่าไปหรือเปล่า ลองอยู่หลายครั้ง ก็แสดงข้อผิดพลาดเช่นเดิม ทัั้ง ๆ ที่ผมฟอร์แมตพาร์ทิชั่นที่จะลงแล้วก็ตาม เพราะวิสต้าเวอร์ชั่นนี้ลงกับเครื่องใหม่เท่านั้น

ก็เลยล้มเลิกไป กลับมาใช้เอ็กซ์พีเหมือนเดิม ซึ่งผมโกสต์ไว้ก่อนที่ผมจะฟอร์แมตไป

จนเมื่อวานนี้ ผมทดลองลงใหม่ ปรากฏว่าลงได้ ซึ่งผมต้องลงอยู่หลายรอบเหมือนกันกว่าจะผ่าน ผมก็เลยอยากจะนำวิธีลงมาเผยแพร่ให้ทราบกัน

เครื่องคอมฯของผม แบ่งพาทิชั่นออกเป็นสามส่วน ส่วนแรกไว้ลงวินโดว์กับโปรแกรม ส่วนสองไว้เก็บข้อมูล ส่วนสามไว้เก็บไฟล์โกสต์ และทั้งสามพาร์ทิชั่นกำหนดเป็นไพรมารี่ทั้งหมด

อีกเรื่องนึงที่เครื่องผมค่อนข้างแปลกก็คือ ปกติผมจะใช้โปรแกรม Norton Ghost และ Partition Magic จากแผ่น Hirens มาใช้ในการทำโกสต์และแบ่งพาทิชั่น ปรากฏว่าแผ่นไฮเรนเวอร์ชั้่นใหม่ ๆ 9.x มองไม่เห็นซีดีของเครื่อง แต่ถ้าใช้เวอร์ชัน 6.2 กลับมองเห็น ก็แปลกดีครับ

วิธีลงวิสต้าในเครื่องที่แบ่งพาทิชั่นเป็นไพรมารีทั้งหมดมีดังนี้ครับ
1. ใช้งานโปรแกรมจัดการพาทิชั่นฟอร์แมตพาทิชั่นที่ต้องการลง และซ่อนพาทิชั่นอื่นทั้งหมด
2. บูทด้วยแผ่นติดตั้งวิสต้า และเลือกฟอร์แมตพาทิชั่นที่จะใช้ลงจากแผ่นติดตั้งวิสต้า

แค่นี้ละครับ เพราะถ้าไม่ซ่อนจะแสดงข้อผิดพลาดระหว่างติดตั้ง และถ้าไม่ฟอร์แมตจากแผ่นติดตั้ง เมื่อลงโปรแกรมเสร็จจะไม่สามารถเข้าวิสต้าในขั้นตอนสุดท้ายได้ครับ

ตอนนี้ผมก็ใช้งานวิสต้าอยู่ ซึ่งวิสต้าเวอร์ชั่นนี้ก็ได้ตัดคุณสมบัติหลาย ๆ อย่างที่ไม่จำเป็นต่อการใช้งานออกไป และหลังจากได้ทดลองใช้งานดูมาหนึ่งวัน ก็พบว่าการตอบสนองจะช้ากว่าเอ็กซ์พีเล็กน้อยครับ แต่ก็ช่วยให้ผมคุ้นเคยกับวิสต้ามากยิ่งขึ้น เพราะบางครั้งลูกค้านำเครื่องคอมมาให้แก้ปัญหา ก็จะได้ใช้งานได้

ปล. ข่าวดีก็คือ ไมโครซอฟท์ยืดอายุเอ็กซ์พีออกไปอีกสองปี หลังจากเคยวางแผนว่าจะหยุดจำหน่ายเดือนมิ.ย.08 นั่นก็ทำให้เครื่องคอมฯผมสามารถใช้หากินได้อีกอย่างน้อยสองปี แต่ปัญหาจริง ๆ ตอนนี้ก็คือ ออฟฟิศ2007 ที่ OO.o เวอร์ชั่นปัจจุบัน 2.4 ยังไม่รองรับไฟล์ของ 2007 จนกว่าจะออกเวอร์ชั่นใหม่ในเดือนก.ย. ก็รอต่อไปครับ

MythBuster

เมื่อวานนี้ผมไปบ้านหม้อ ไปซื้ออุปกรณ์สำหรับนำมาซ่อมหูฟังที่ร้าน หูฟังที่ร้านผมจะเป็นหูฟังแบบเกี่ยวหู ซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องเปลี่ยนฟองน้ำ 1-2 เดือนต่อครั้ง

ผมเคยไปบ้านหม้อมาหลายครั้งเพื่อหาซื้อฟองน้ำนี้ และจะเห็นเฉพาะรุ่นขายปลีก คู่ละ 15 บาท ถือว่าราคาสูงมาก จนเมื่อวานที่ผมไปเดิน ก็ไปเจอะเจอร้านนึงจำหน่ายฟองน้ำนี้โดยตรง ถามดูราคาปลีกคู่ละ 5 บาท ราคาส่ง 50 คู่ เหลือ 3 บาท ผมก็เลยซื้อมา 50 คู่

จากนั้นก็ซื้อ MultiMeter, หัวแร้ง, ตะกั่ว, น้ำยาเช็ดกระจกกลับมา เพื่อนำมาซ่อมหูฟังที่เสีย ๆ ก็เดินเลือกซื้อตั้งแต่บ้านหม้อไปจนถึงร้านอมรที่ดิโอลด์สยาม

สมัยก่อนผมเคยทำงานแถววัดสุทัศน์ ซึ่งจะอยู่ใกล้ ๆ กับแยกอุณากรรณ์ ซึ่งเป็นแยกที่มีร้านจำหน่ายปืนเยอะมาก เป็นแหล่งรวมเลยล่ะ

สมัยนั้นเที่ยง ๆ ก็มีแวะไปเดินที่ดิโอลด์บ้าง ไปกินขนมหวานตามซุ้มต่าง ๆ ที่อยู่โถงด้านล่าง หวานมันอร่อยครับ แนะนำ

ซื้อของต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วก็นั่งรถเมล์ปอ.60 กลับ ตอนขาไป 14 บาท แต่ขากลับ 12 บาท ก็แปลกดีครับ ช่วงที่ผมนั่งรถขาไปนั้น ผมก็นั่งอยู่บริเวณแถวด้านหน้า ไม่ไกลจากคนขับเท่าไรนัก ก็ได้ยินคนขับคุยกับคนเก็บเงิน เกี่ยวกับเครื่องดื่มชูกำลังอยู่

คนขับก็แนะนำให้กระเป๋าทราบว่า ก่อนดื่มเครื่องดื่มพวกนี้ อย่าให้ท้องว่าง เพราะเครื่่องดื่มนี้จะเข้าไปกัดกระเพาะ เนื่องจากประสบการณ์ของคนขับเคยเอาเครื่องดื่มนี้แช่เหรียญบาทดำ ๆ เมื่อแช่ไว้สักระยะหนึ่ง เอาเหรียญบาทขึ้นมา ปรากฏว่าเหรียญบาทสะอาดเหมือนใหม่เลย

ก็ถือว่าเป็นคุณสมบัติซ่อนเร้นของเครื่องดื่มนี้นะครับ ซึ่งผมก็นั่งฟัง แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อนัก นอกจากจะได้เห็นด้วยตาตนเองซะก่อน

และพอพูดถึงเรื่องการพิสูจน์ความเชื่อแล้ว อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า วันที่ผมเฝ้าร้านเน็ต ผมจะเปิดดูทีวีออนไลน์ ซึ่งช่องที่ผมดูประจำก็คือ ช่อง Discovery ซึ่งช่วงนี้จะมีรายการที่น่าดูอยู่รายการหนึ่ง ก็คือ MythBuster ซึ่งเป็นรายการที่ทำการพิสูจน์ความเชื่อต่าง ๆ ว่าเป็นจริงหรือไม่

เป็นรายการที่น่าสนใจมาก ทำให้เราได้รู้จริงในสิ่งต่าง ๆ และฝึกให้คนเราเป็นคนที่ไม่หลงเชื่ออะไรง่าย ๆ ซึ่งผมอยากให้สถานีโทรทัศน์ฟรีของบ้านเรานำมาออกอากาศบ้าง เพราะตอนนี้มีเฉพาะในเคเบิลทีวี

ผมก็ยังไม่ได้ทำการพิสูจน์หรอกครับว่าคำพูดที่พนักงานขับรถบอกเล่านั้นเป็นความจริงหรือไม่ แต่ถ้าหากวันนึงผมซื้อเครื่องดื่มชนิดนี้มาดื่มแล้ว ไว้ผมจะทดลองให้ทราบกันนะครับ

ส่วนเมื่อกลับบ้านมา ผมก็จัดการซ่อมหูฟังที่เสียอยู่ 3 อัน ก็จับมายำรวมกันได้ 2 อัน เพราะมีลำโพงเสียอยู่ 2 ตัว แล้วไว้ผมค่อยกลับไปซื้อหูฟังถูก ๆ ที่บ้านหม้อมาถอดอะหลั่ยเปลี่ยน 30 บาท/อัน บวกกับตัวดูดตะกั่วกลับมาใช้งานด้วย

ช่วงนี้ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ค่าชั่วโมงอินเตอร์เน็ตของร้านก็ไม่สามารถขึ้นได้ ก็ต้องพยายามประหยัด อะไรซ่อมได้ก็ต้องซ่อมครับ นอกจากได้ความรู้แล้ว เรายังได้ความภูมิใจในการทำงานของเราด้วยนะครับ

วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2551

ดูทีวีออนไลน์

เวลาที่ผมไปเฝ้าร้านเน็ต ถ้าหากลูกค้ามีประมาณครึ่งเดียว ผมจะแอบเปิดทีวีออนไลน์ดู ซึ่งปกติผมจะชอบดูรายการสารคดี เช่น สำรวจโลก, ดิสคัฟเวอรี่ หรือ อีดีเอ็น

ซึ่งมีเว็บให้บริการดูทีวีออนไลน์ที่ผมมักเข้าไปใช้งานก็คือ www.siamtv.org และอื่น ๆ ซึ่งช่วยให้ผมคลายความง่วงไปได้บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนัก เพราะต้องเปิดเว็บเบราเซอร์ก่อน

ดังนั้นผมจึงก็อปปี้โค๊ดของเว็บเหล่านั้นมารวมกันเป็น play list เก็บไว้เปิดจาก Microsoft Media Manager โดยตรง และข้างล่างนี้เป็นโค๊ดของสถานีทีวีช่องต่าง ๆ ครับ


<?wpl version="1.0"?>
<smil>
<head>
<meta name="Generator" content="Microsoft Windows Media Player -- 9.0.0.4503"/>
<author/>
<title>TV</title>
</head>
<body>
<seq>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/sumruajlok.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/discovery.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/liveedn.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/tv3_512.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/tv5.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/tv7a.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/tv9.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/tv11.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/itv_350.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/livemovie.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/mvtv1.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/money.asx"/>
<media src="http://www.siamtv.org/channel/nick.asx"/>
<media src="http://tv.thai4promotion.com/asxfile/138.asx"/>
<media src="http://tv.thai4promotion.com/asxfile/97.asx"/>
<media src="http://www.9cast.net/streaming/thai-moviesplus-23324.asx"/>
<media src="http://www.9cast.net/streaming/inter-nationalgeo-geo343e.asx"/>
<media src="http://www.9cast.net/streaming/inter-homecinema-34ewr.asx"/>
<media src="mms://www.reelgood.tv/reelgoodtv"/>
<media src="mms://203.150.230.89/etv?WMContentBitrate=150000""/>
</seq>
</body>
</smil>


ก็ขอให้ก็อปปี้โค๊ดเหล่านี้ไปไว้ใน notepad แล้วเซฟ จากนั้นเปลี่ยนชื่อไฟล์เป็น tv.wpl แล้วดับเบิ้ลคลิกไฟล์เปิดดูทีวีช่องต่าง ๆ ได้เลยครับ อ้อ มีเฉพาะสถานีที่ผมสนใจเท่านั้นนะครับ

ส่วนถ้าดึกหน่อย หลังเที่ยงคืนไปแล้ว เหลือลูกค้าราย-สองราย ผมก็เปิด Veoh ดูซีรี่ย์ต่าง ๆ โดยช่วงนี้ผมกำลังดู MacGuyver อยู่ เพราะประทับใจสมัยดูตอนเด็ก ๆ MacGyver เป็นพระเอกที่ไม่ใช้ปืน จะใช้ความรอบรู้ทางด้านวิชาการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิสิกส์ ชีววิทยา เคมี ความรู้รอบตัว และปัญญาในการเอาตัวรอด หากใครไม่เคยดู ลองดูนะครับ สนุกดี มีทั้งหมด 7 Series ประมาณ 60 ตอน ใน Veoh ให้เสิร์ชหาคำว่า Angus ครับ

แต่ยังไงก็แล้วแต่ ไม่ควรเปิดดูในขณะที่มีลูกค้าเยอะ ๆ นะครับ เพราะจะไปแย่งแบนด์วิธของลูกค้ามา ยังไง ๆ ก็ต้องนึกถึงลูกค้าก่อนนะครับ ถ้าเน็ตช้า ลูกค้าหาย ก็ไม่มีโอกาสมานั่งดูแบบนี้หรอกครับ

เกมกลยุทธ์

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่รายการเกมกลยุทธ์ทางโมเดิร์นไนน์ออกอากาศ ผมก็นั่งคอยดูว่ารูปแบบรายการจะออกมาเป็นอย่างไร หลังจากดูจบก็เสียดายเล็กน้อย เพราะรูปแบบรายการยังไม่ลงตัวนัก ถ้าเปรียบเทียบกับรายการเรียลลิตี้อื่น ๆ

ในความเห็นของผม รายการควรแนะนำตัวผู้เข้าแข่งขันก่อน ว่าเหตุใดพวกเขาเหล่านั้นจึงถูกคัดเลือกเข้ามาเล่นในเกมนี้ มีความคิดหรือความสามารถพิเศษอย่างไร เพื่อจะได้ให้น้อง ๆ นักศึกษาที่ศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจเรียนรู้ได้ ว่าจริง ๆ แล้ว ความรู้ความสามารถอะไรบ้างที่ธุรกิจต้องการ เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมก่อนทำงาน

ในเทปแรกนี้ต้องบอกว่า ไร้กลยุทธ์ครับ แม้ทางรายการจะพยายามกล่าวอ้างว่ามีการใช้กลยุทธ์หลาย ๆ อย่างก็ตาม แต่ผมก็ยังมองไม่เห็นกลยุทธ์การตลาดใด ๆ ต้องบอกว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของพนักงานขายมากกว่าการวางแผนกลยุทธ์ ไม่มีกลยุทธ์ที่เป็นรูปร่างที่จะช่วยส่งเสริมให้ความเป็นอยู่ของผู้บริโภคดีขึ้นเลย มีเพียงการแข่งขันกันขายสินค้า โดยไม่สนใจวิธีการใด ๆ

ซึ่งในชีวิตจริง การทำเช่นนี้ จะเป็นการฝึกให้พนักงานมีวิสัยทัศน์เอาตัวรอด ไม่มีจรรยาบรรณ ซึ่งส่งผลให้การทำธุรกิจในระยะยาวยากลำบากขึ้น และธุรกิจเสียหายทั้งยอดขายและกำไร แทนที่รายการนี้จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของโอสถสภา แต่กลับเป็นการนำเอาวัฒนธรรมที่ไม่ดีขององค์กรมาเผยแพร่ซะมากกว่า และการวางกลยุทธ์การตลาด เราต้องวางแผนล่วงหน้าอย่างต่ำ 1 ปีครับ และใช้ส่วนผสมทางการตลาดอย่างเหมาะสม

ผมอยากเห็นการนำเสนอแผนงานแข่งขันกัน พร้อมทั้งการวิจารณ์แผนงานนั้น ๆ มากกว่า แม้จะไม่ได้นำไปปฏิบัติจริง ๆ ก็ตาม หรือเป็นเพราะว่านี่คือเทปแรกของรายการ แต่ถ้าหากเทปต่อ ๆ ไป ยังทำได้ไม่ดีกว่านี้ละก็ ผมว่ายกเลิกรายการไปดีกว่า เพราะไม่ได้ให้ประโยชน์กับฝ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

และอยากให้นำธุรกิจ OTOP หรือ SMEs มาสร้างกลยุทธ์แข่งกัน เพื่อช่วยพัฒนาธุรกิจขนาดเล็กที่มีโอกาสน้อยมาเผยแพร่ เพื่อเป็นตัวอย่างในการทำงานของธุรกิจขนาดเล็กอื่น ๆ ได้

ส่วนแง่คิดดี ๆ ที่ได้จากตอนแรกนี้ ที่จำได้มีดังนี้ครับ

  1. คอนเนคชั่น นักธุรกิจที่ดี ต้องรู้จักกับบุคคลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานอาชีพสาขาต่าง ๆ และมีความรอบรู้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเดี๋ยวนี้ บริษัทต่าง ๆ จะรับนักศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป เพราะนักศึกษาปริญญาโทเหล่านี้จะรู้จักกับบุคคลต่าง ๆ ในวิชาชีพเดียวกัน และผ่านประสบการณ์การทำงานมาในระดับหนึ่ง นอกจากนั้นก็ตัดเหตุผลในการลาออกว่าจะไปศึกษาต่อได้
  2. ผู้นำ ทุกทีมต้องมีผู้นำ ในครั้งนี้ทุกคนต่างเข้ามาในจุดที่เท่าเทียมกันทั้งหมด และทางทีมงานก็ไม่ได้ให้ที่ปรึกษา จริง ๆ แล้วการทำงานเป็นทีม สิ่งที่ต้องทำอันดับแรกก็คือ เลือกหัวหน้า ที่จะเป็นคนคุมภาพทั้งหมด เหมือนทีมฟุตบอล ต้องมีโค๊ช ที่จะแจกจ่ายงานให้แต่ละคนทำ และวางกลยุทธ์แก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ใช่ทุกคนอยากเป็นกองหน้า ไม่มีใครยอมเป็นผู้รักษาประตูหรือกองหลัง
  3. ห้ามล้มเลิก มีคนเคยพูดว่า คนเราไม่มีคำว่าล้มเหลว จะมีก็แต่คำว่าล้มเลิก ในช่วงท้ายรายการที่มีการให้โหวตว่าใครคือจุดอ่อน ทุกคนตกลงกันโหวตให้ตัวเองเป็นจุดอ่อน จริง ๆ ในกรณีนี้ไม่ควรโหวตใครเลย แต่ต้องต่อรองขอโอกาสในการทำงานอีกครั้ง เพราะในการทำงานจริง การทำพลาด ถือว่าเป็นการเรียนรู้ที่จะสำเร็จในอนาคต หากเรายอมแพ้ทันทีที่พลาด ความเสียหายก็จะเกิดทั้งกับองค์กรและตัวเราเอง

ผมก็คงติดตามรายการนี้ต่อไป เพราะการดูรายการนี้จะช่วยทบทวนการทำงานที่ผ่านมาของผมด้วย โดยเราสามารถศึกษาความสำเร็จและความล้มเหลวในการทำงานได้พร้อม ๆ กัน

คิดเงินค่าเน็ต

ที่ร้านผม ให้บริการเฉพาะอินเตอร์เน็ต ไม่มีเกม เพราะผมไม่มีความรู้เรื่องเกมเลย เล่นได้แต่เกม Sudoku ส่วนเกมออนไลน์ต่าง ๆ ไม่เคยเล่นเลยครับ ค่าบริการของที่ร้าน ก็คิดชั่วโมงละ 20 บาท เริ่มต้นที่ 10 บาทสำหรับ 30 นาทีแรก และคิดเพิ่ม 5 บาทสำหรับทุก 15 นาทีถัดไป โดยผมเปิดบริการตั้งแต่เวลา 11:00 am - 02:00 am

ผมมีเครื่องให้บริการทั้งหมด 14 เครื่อง และมีเครื่องคิดเงินอีก 1 เครื่อง โดยไม่มีเซิร์ฟเวอร์ครับ ใช้แชร์ความเร็วเน็ตผ่านสวิตซิ่งเลยครับ ช่วงที่เปิดร้านใหม่ ๆ ผมก็ใช้งานโปรแกรม ncafe 1.86 โดยผมลงเฉพาะที่เครื่องคิดเงิน เพราะผมไม่ได้สั่งซื้อโปรแกรมมาใช้งาน

เวลาลูกค้าเดินเข้ามาใช้งาน ผมก็จะคลิกให้โปรแกรมเริ่มจับเวลา โดยผมกำหนดค่าใช้งานในโปรแกรม เท่ากับ 20 บาท /60 นาที = 0.33 บาท/นาที และเริ่มต้นที่ 10 บาท หากลูกค้าเล่นไม่ครบเวลาที่ลงตัว อย่างเช่น ใช้งาน 40 นาที โปรแกรมจะคำนวนได้เท่ากับ 13 บาท ผมก็จะใช้วิธีปัดขึ้นเป็น 15 บาท แต่ถ้าคำนวนได้ 12 บาท ผมก็จะปัดลง

ผมก็ใช้งานวิธีนี้อยู่ 4 เดือน โดยมีข้อเสียที่เห็นได้ชัดคือ ต้องคอยปัดตัวเลขด้วยตนเอง และหากลูกค้าเข้ามาใช้งานโดยที่มองไม่เห็นว่าเข้ามาเมื่อไรหรือขณะที่ลูกค้าเข้ามาใช้งานผมไปเข้าห้องน้ำ ก็จะไม่สามารถลงเวลาเริ่มต้นที่แท้จริงได้

ผมก็เลยมองหาโปรแกรมอื่นที่สามารถใช้งานในลักษณะ Client-Server มาใช้งานแทน ก็ช่วยลดปัญหาดังกล่าวลงไปได้

แต่ที่จะคุยให้ฟังในวันนี้ก็คือ ช่วงที่ผมใช้งาน ncafe นั้น ปรากฏว่าเครื่องที่ใช้คิดเงินนั้นมีปัญหาบ่อยมาก โดยจะค้างบ่อยมาก ทำให้ไม่สามารถคำนวนค่าใช้บริการของลูกค้าได้

ผมเลยเขียนไฟล์เอ็กเซลสำหรับใช้คำนวนค่าบริการขึ้นมา ซึ่งสามารถนำไปใช้งานที่เครื่องไหนก็ได้ เช่น หากเครื่องคิดเงินใช้งานไม่ได้ ก็นำไฟล์เอ็กเซลนี้ไปเปิดที่เครื่องใดเครื่องอื่นแทน ก็ใช้สำหรับคำนวนชั่วคราวเท่านั้นครับ

หน้าตาของไฟล์และสูตรการคำนวนมีดังนี้ครับ

มาดูสูตรและการจัดรูปแบบในแต่ละคอลัมน์นะครับ

คอลัมน์ B กับ C ใช้คำสั่ง Data > Validation ดังนี้ครับ เพื่อให้การใส่ตัวเลขเวลาถูกต้อง โดยจัดรูปแบบเป็น h:mm

คอลัมน์ D กำหนด Validate เฉพาะแท็บ Input Message ครับ

คอลัมน์ E กำหนดสูตรดังนี้ครับ (ตัวอย่างจากเซลล์ E7)
=IF(C7="",0,IF(C7<b7,1+value(c7)-value(b7),value(c7)-value(b7)))

คอลัมน์ F กำหนดสูตรดังนี้ครับ (ตัวอย่างจากเซลล์ F7)
=IF(VALUE(E7)<0.021,if(e7=0,0,10),round((value(e7)*489.6)/5,0)*5)

คอลัมน์ G กำหนดสูตรดังนี้ครับ (ตัวอย่างจากเซลล์ G7)
=sum(d7,f7)

สุดท้ายจัด Conditional Format ของคอลัมน์ A ถึง G ดังนี้ (ตัวอย่างจากแถวที่ 7)

วิธีใช้งานก็คือ
  1. เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้งานที่เครื่องหมายเลขใด ก็เลื่อนไปที่คอลัมน์ B ของเครื่องหมายเลขนั้น แล้วกดแป้น Ctrl+Shift+; เพื่อใส่เวลาเริ่มใช้งาน
  2. เมื่อลูกค้าเลิกใช้งาน ก็เลื่อนไปที่คอลัมน์ C ของเครื่องนั้น แล้วกดแป้น Ctrl+Shift+; เพื่อใส่เวลาเลิกใช้
  3. ถ้าลูกค้ามีการใช้งานบริการอื่น เช่น ปริ้นท์ ก็ใส่ค่าบริการอื่นในคอลัมน์ D ด้วย
  4. เก็บเงินลูกค้าตามยอดเงินในคอลัมน์ G
  5. ลบข้อมูลเดิมในคอมลัมน์ B, C และ D

ก็ฝากไว้เป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ นำไปใช้ละกันครับ ถ้าไม่เข้าใจตรงจุดไหนก็สอบถามเข้ามาได้ครับ

ปัจจุบันไฟล์นี้ผมเก็บไว้ แต่ไม่ได้ใช้แล้ว เพราะตอนนี้เครื่องคิดเงินก็ไม่มีปัญหาแล้ว โดยนำไปซ่อม ซึ่งปัญหาเกิดจาก Capacitor บนเมนบอร์ดบวมครับ ก็เปลี่ยนใหม่ แต่ก็ยังใช้งานไม่ได้ ผมก็เลยซื้อเมนบอร์ดใหม่มาใช้แทนครับ

วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2551

ความหมายของตัวอักษร LED ของ Canon MP160

เคยสงสัยมั้ยครับว่า ตัวอักษรบนหน้าจอ LED ของปริ้นเตอร์มีความหมายว่าอย่างไร และมีวิธีใช้งานอย่างไร สมัยที่ซื้อมาใช้ใหม่ ๆ ด้วยความที่ผมเป็นคนที่คุ้นเคยกับการใช้งานอุปกรณ์คอมฯต่าง ๆ อยู่แล้ว ก็ไม่เคยอ่านคู่มือการใช้งานที่แถมมาด้วยเลย

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมก็ว่างมาก ก็เข้าไปถามหลาย ๆ คนในหลาย ๆ เว็บบอร์ด ก็ไม่มีใครตอบเลย จนผมกลับมานั่งอ่านคู่มือการใช้งาน ก็ปรากฏว่าทุกอย่างมีอยู่ในคู่มือการใช้งานอยู่แล้ว ทั้งข้อควรระวังในการเปลี่ยนตลับหมึก วิธีการตรวจบำรุงเครื่องปริ้นท์ และรหัสข้อผิดพลาดต่าง ๆ

ก็เลยอยากให้เพื่อน ๆ อ่านคู่มือการใช้งานก่อนที่จะไปตั้งคำถามถามแบบผมนะครับ และผมได้รวบรวมความหมายและวิธีการใช้งานจากการอ่านคู่มือมาบอกต่อกันดังนี้ครับ

A - พิมพ์รูปแบบตรวจหัวฉีด (พิมพ์ 4 สี ใช้กระดาษ 1 แผ่น)
H - การทำความสะอาดหัวฉีด (1 รอบ)
y - การทำความสะอาดหัวฉีดอย่างละเอียด (3 รอบ)
P - จัดหัวพิมพ์อัตโนมัติ
U - จัดหัวพิมพ์ด้วยตนเอง (ให้วางแผ่นรูปแบบหัวพิมพ์บนแท่นสแกนก่อนเริ่ม)
L - พิมพ์รูปแบบหัวพิมพ์ปัจจุบัน (ใช้กระดาษ 1 แผ่น)
b - ทำความสะอาดลูกกลิ้ง (ใช้กระดาษ 3 แผ่น)
J - ทำความสะอาดแผ่นด้านล่าง (ใช้กระดาษ 1 แผ่น)

วิธีใช้งาน
กดปุ่ม Maintenance (รูปเครื่องมือ อยู่ซ้ายสุด) จน LED ขึ้นตัวอักษรที่ต้องการ แล้วกดปุ่ม Color

วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2551

พอลล่า

วันนี้นั่งดูโฆษณาแคนนอนชุดใหม่ ชอบมาก ๆ เลย เพราะได้พอลล่ามาแสดง โดยเฉพาะฉากค่อย ๆ ยิ้มขณะเล่นเครื่องสาย ยิ้มน่ารักมากเลยครับ
ผมในฐานะที่แอบเป็นแฟนคลับคนนึงของเธอ ก็รีบเลยครับ ไปดาวน์โหลดโฆษณาชุดนี้มาดู ก็จากเว็บประจำครับ http://www.adintrend.com/

ที่เวบนี้ผมมักจะเข้าไปดาวน์โหลดโฆษณาตลก ๆ มาดูคลายอารมณ์เวลาที่เบื่อ ๆ

พูดถึงโฆษณาตลก ๆ ช่วงนี้ก็มี โฆษณาตลกร้ายของ สสส. เรื่องไม่ซ้อนคนเมา น่ะตลกดี ผมชอบนะโฆษณาของ สสส. ทำออกมาทุกชุดได้ดีครับ

ถ้าพูดถึงพอลล่าแล้ว ข้อดีของพอลล่าก็คือความน่ารัก และดูอ่อนวัย นั่นทำให้เราเห็นว่าโฆษณาที่พอลล่าแสดง จะพุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นเท่านั้น แม้จะมีหัวงูแบบผมปะปนอยู่บ้างก็ตาม

เพราะเจ้าของสินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนวัยทำงาน จะยังไม่แน่ใจในพฤติกรรมของพอลล่ามากนัก เพราะด้วยความที่เธอยังมองเป็นเด็ก อาจจะกระทำการใด ๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อตัวสินค้าได้

แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นาน ผมคงเห็นพอลล่าแสดงในหนังโฆษณาประเภทอื่น ๆ มากขึ้น

สิ่งหนึ่งที่พอลล่าอาจจะต้องฝึกไว้ก็คือ การร้องเพลง เพราะหากได้เป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้าที่จำเป็นต้องออกไปโชว์ตัวแล้วละก็ คงหลีกไม่พ้นที่จะต้องทำกิจกรรมบางอย่าง ซึ่งกิจกรรมที่เป็นที่นิยมมากในการโชว์ตัวก็คือ การร้องเพลงนั่นเอง

ก็แค่อยากเห็นเร็ว ๆ ครับ

ส่วนถ้าจะพูดถึงโฆษณาที่ทำออกมาถูกต้องตามหลักการทำโฆษณาแล้วละก็ อยากให้เพื่อน ๆ ดูโฆษณารถกระบะอีซูซุที่ก็อต จักรพันธ์แสดงและของรถกระบะวีโก้ที่คุณปัญญา แสดง

แล้วคอยสังเกตคำพูด ท่าทาง จังหวะของคำกับภาพและท่าทาง ซึ่งทำออกมาได้เหมาะเจาะ ลงตัวกับวิธีการทำโฆษณาครับ

กลับมาพูดถึงแคนน่อนซักนิด ต้องบอกว่าแคนน่อนมีการโฆษณาสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าสินค้าของแคนน่อนเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ เพียงแต่ต้องบอกว่านโยบายทางด้านการบริการหลังการขายยังไม่ถูกต้องนัก

เรื่องนี้ต้องยกมาจากประสบการณ์ส่วนตัว กับเครื่องปริ้นเตอร์ของผมที่เคยคุยให้ฟังไปแล้ว

ในส่วนของปริ้นเตอร์อิงค์เจ็ตนั้น ทุกบริษัทมีนโยบายทำกำไรจากหมึกพิมพ์ ดังนั้นจึงเน้นการกระจายขายเครื่องให้มากที่สุด ซึ่งกลวิธีหนึ่งก็คือการตั้งราคาต่ำ เพื่อจูงใจกลุ่มเป้าหมายให้ซื้อเครื่องไปใช้งาน ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับกลยุทธ์นี้

แต่ทำไมเวลาที่เครื่องมีอาการขัดข้องขึ้นมา ค่าอะไหล่กับค่าบริการถึงได้แพงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการซื้อเครื่องใหม่ เช่น ซ่อมชุดฟีดกระดาษ ลูกค้าต้องจ่ายถึง 900 กว่าบาท คิดเป็นสัดส่วน 40% ของราคาเครื่องใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ขัดแย้งกับนโยบายแรก ที่แคนน่อนตั้งใจจะทำกำไรกับการขายหมึกพิมพ์

เพราะฉะนั้น แคนน่อนจะตัองระวังในการวางนโยบายทั้งหมดไม่ให้ขัดแย้งกัน ต้องอย่าลืมว่าแคนน่อนเป็นบริษัทจัดจำหน่ายสินค้า ไม่ใช่บริษัทจัดจำหน่ายบริการ ที่จะมาหากำไรเป็นกอบเป็นกำจากการเข้ามารับบริการ