วันอาทิตย์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2551

AMV Convert Tool

เมื่อซัก 3 ปีที่แล้ว ผมซื้อเครื่องเล่น MP3 มาเครื่องหนึ่ง หลัก ๆ ก็จะซื้อมาไว้อัดเสียงเวลาไปสัมนา หรือเวลาประชุมนี่ละครับ แต่กลับไม่ค่อยได้ใช้อัดเสียงมากนัก

หลัก ๆ ผมใช้ในการฟังคลิปรายการวิทยุ และรายการอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ข้อดีของเครื่อง MP3 ที่ผมซื้อมาก็คือ สามารถฟังไฟล์เสียง wma ได้ ซึ่งไฟล์จะเล็กกว่า mp3 พอสมควร คลิปที่ผมฟังก็จะมี รายการวิทยุจากคลื่น fm 96.5 รายการ Business Connection ที่พูดคุยเกี่ยวกับการตลาด และธุรกิจ ซึ่งรายการนี้บันทึกไฟล์ในรูปแบบ wma ซึ่งเป็นไฟล์เสียงของทางไมโครซอฟท์

ผู้จัดรายการวิทยุรายการนี้จะมีอยู่ 2 คน คือ คุณ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย และคุณโกวิท วรางกูล ซึ่งต้องบอกว่าก่อนผมจะมาฟังรายการนี้ที่คลื่นนี้ ผมฟังรายการคิดอะไรไม่ออกบอกธันยวัชร์ จากคลื่นผู้จัดการ 97.75 MHz มาก่อน

รายการที่คุณธันยวัชร์จัดนั้น แตกต่างจากผู้จัดรายการธุรกิจรายการอื่น ๆ ก็คือ เสียงหัวเราะในรายการนี่ละครับ ผมฟังเพื่อผ่อนคลาย เพราะจะได้ยินเสียงหัวเราะ เนื่องจากผู้จัดจะมีมุกขำ ๆ มาแทรกอยู่บ่อย ๆ นอกจากได้ความรื่นเริงแล้วก็ได้ความรู้ไปด้วย

นอกจากรายการวิทยุทั้งสองรายการที่ผมมักจะดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในเครื่องแล้วโอนไปใส่เครื่องเล่น MP3 เพื่อใช้ฟังเวลาเดินทาง หรือนอนเล่นแล้ว อีกรายการหนึ่งที่ผมดาวน์โหลดมาเก็บไว้ฟังก็คือ รายการ 3 ก๊ก ฉบับคนขายชาติ โดยเรืองวิทยาคม จากคลื่นผู้จัดการ

ผู้เขียน เขียนได้ดีมากครับ และผู้บรรยายก็ชวนฟัง ผมดาวน์โหลดมาเก็บไว้ทั้งหมด 655 ตอน เก็บไว้ให้ที่บ้านเปิดฟังด้วย นอกจากได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องสามก๊กแล้ว ผู้เขียนยังได้สอดแทรกข้อวิจารณ์ลงไปด้วย หากใครไม่ชอบอ่านหนังสือ ผมว่าฟังเสียงบรรยายแทนก็จะดีมาก ๆ ลองเข้าไปหาฟังได้ที่เว็บ managerradio นะครับ

นอกจากเครื่อง mp3 ของผมจะฟังเสียงได้แล้ว ยังสามารถฟังวิทยุ และดูวิดีโอได้ด้วย โดยวิดีโอที่สามารถดูได้จะเป็นไฟล์นามสกุล amv

เมื่อคืนนี้ นั่งอยู่หน้าคอมนานแล้ว อยากไปเอนนอนซักหน่อย แต่มีคลิปวิดีโออยู่ 2-3 ไฟล์ที่ยังอยากดูอยู่ ก็เลยแปลงไฟล์วิดีโอเหล่านั้นเป็นไฟล์ amv ด้วยโปรแกรม AMV Convert Tool

ก็ไม่รู้สึกว่าผมรู้สึกไปเองหรือเปล่า เพราะโปรแกรมแปลงไฟล์ได้เร็วกว่าแต่ก่อนมาก ใช้เวลาแปลงไม่นานนัก จากนั้นผมก็โอนไปใสเครื่องเล่น MP3 และปิดเครื่องคอม ไปนอนดูและฟังเสียงจากเครื่องเล่น Mp3 แทน

เพียงแต่เสียอย่าง คือ หน้าจอเล็กไปหน่อย

วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2551

OpenOffice.org 3.0

ช่วงนี้ มีโปรแกรมที่ผมรอคอยอยู่โปรแกรมหนึ่งก็คือ โปรแกรม OpenOffice.org เวอร์ชั่น 3 ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็ออก รุ่นเบต้า 2 ออกมาแล้ว

ซึ่งในส่วนของเวอร์ชั่น 3 ที่โดดเด่นมาก ๆ ก็คือ การเปิดไฟล์ไมโครซอฟท์ออฟฟิศ 2007 ได้นั่นเอง

จริง ๆ โปรแกรมนี้ ผมเริ่มหัดใช้สมัยยังเป็นปลาดาว ช่วงนั้นต้องบอกว่ายังมีข้อผิดพลาดเยอะมาก แต่ตอนนี้นับได้ว่าพัฒนาไปมากแล้ว หากเทียบการใช้งานทางด้านเอกสาร ผมว่า OO.o Writer สะดวกในการใช้งานมากกว่า MS Word ด้วยซ้ำ ยิ่งรองรับภาษาไทยได้ดี แล้วด้วย นะครับ

แต่ในส่วนของ OO.o Calc แล้ว ต้องบอกว่ายังห่างไกลจาก MS Excel อยู่อีกไกล เพราะต้องบอกว่า คนที่ใช้งานโปรแกรมคำนวนส่วนใหญ่ คุ้นเคยกับการใช้งาน Excel มากกว่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อีกทั้ง VBA ที่เขียนใช้งานอยู่ก่อนแล้ว หากจะให้มาเริ่มต้นเขียน OO.o Basic ใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะไม่อยากเขียน เพราะเวลานำไปใช้กับ MS Excel ก็อาจใช้งานไม่ได้

ส่วน OO.o Impress และอื่น ๆ ก็พอใช้งานได้ในระดับหนึ่ง

ผมอยากเห็นคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ที่ร้านคอมฯขายออกติดตั้งโปรแกรมนี้แถมให้นะครับ จะได้ช่วย ๆ กันใช้งานให้แพร่หลาย เพราะต้องบอกว่าเป็นของฟรีที่ดีมาก ๆ

อีกตัวก็คือ Ubuntu ซึ่งเป็น OS ที่ง่ายต่อการใช้งาน อีกทั้งยังฟรีอีกด้วย หากร้านผมไม่ติดที่ลูกค้าเล่น chat หรือ webcam ที่ใช้ได้เฉพาะกับ MS Windows แล้วละก็

ผมกะจะลง Ubuntu กับเครื่องลูกค้าทุกเครื่องทีเดียว เพราะหากเป็นผมใช้งานเอง ผมสามารถศึกษาและลองใช้โปรแกรมต่าง ๆ ที่ใช้ทดแทนกันได้ แต่กับลูกค้าทั่วไปแล้ว คงยากที่จะเปลี่ยนความคุ้นเคยของลูกค้า

ก็รอกันต่อไปครับ

สุดท้ายหากใครต้องการทดลองใช้งาน ตามลิงค์ด้านล่างเลยครับ
OpenOffice.org 3.0.0
Thai language pack

อัพเดท ตอนนี้ออกเวอร์ชั่นเต็มแล้วครับ

OpenOffice.org 3.00

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

HP Laserjet 1010

หลังจากซ่อมปริ้นท์เตอร์ Canon MP160 ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา วันนี้ก็ได้รับฟิล์มความร้อนของปริ้นท์เตอร์ HP Laserjet 1010 ที่สั่งซื้อไปมา

เครื่องปริ้นท์เลเซอร์เครื่องนี้ เป็นเครื่องของที่ร้านเกมส์ ช่วงที่เซ้งร้านมา ก็ได้เครื่องปริ้นท์เครื่องนี้ติดมาด้วย เวลาปริ้นท์ก็จะมีรอยนิด ๆ หน่อย ๆ ก็ใช้เรื่อยมาซักเดือนนึง ปรากฏว่าฟิล์มความร้อนผุกรอบ และแตกออกเป็นสองส่วน เลยต้องใช้เครื่องปริ้นท์อิงค์เจ็ทในการบริการลูกค้าแทน

ผมก็เข้าไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ว่ามีที่ไหนขายฟิล์มนี้ราคาถูก ๆ บ้าง ก็ไปเจอเว็บนึง ขาย 400 บาท ก็เลยโทรไปสอบถาม ทางพนักงานขายก็บอกว่า บวกค่าส่ง EMS อีก 50 บาท ก็เลยตัดสินใจสั่งซื้อไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยใช้วิธีการโอนเงินผ่านธนาคาร

เช้าวันจันทร์โทรไปสอบถามว่าได้แฟกซ์ใบโอนเงินไปให้ ได้รับหรือไม่ ก็ปรากฏว่าทางบริษัทแจ้งว่าได้รับ และส่งสินค้าให้ผมแล้ว วันนี้อังคาร ก็ได้รับสินค้า ก็เลยรื้อเครื่องปริ้นท์เปลี่ยนฟิล์มใหม่

ทุลักทุเลพอสมควรครับ ก็นั่งอ่านเซอร์วิสแมนน่วลไปด้วย รื้อเครื่องไปด้วย ก็สำเร็จไปด้วยดีครับ มีน็อตเหลือตัวนึงด้วย :P

ทดลองเปิดดู ก็ไม่มีปัญหาอะไร ไฟเขียวไม่มีปัญหาอะไร ก็หาดาวน์โหลดไดรเวอร์มาใช้งาน ตามนี้เลยครับ
ftp://ftp.hp.com/pub/softlib/software2/COL4433/lj-14814-1/lj1010seriesprnsyswin-en.exe

ใช้ได้ดีครับ ไม่มีปัญหาอะไร ก็เรียบร้อยไปอีกหนึ่งสิ่ง ถ้าส่งร้านซ่อมคงไม่ต่ำกว่าพันแน่นอน

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551

Canon MP160 Error E3

เมื่อเดือนที่แล้ว ปริ้นท์เตอร์ MP160 ที่ร้านผมอยู่ดี ๆ ก็ขึ้น Error E3 ซึ่งความหมายก็คือ กระดาษติด ผมก็หาเศษกระดาษอยู่นาน ก็หาไม่เจอ นึกว่าปริ้นท์เตอร์เสียซะแล้ว ซื้อมาใช้ครบปีพอดี และติดแทงค์ใช้มาเพียง 10 เดือน

เมื่อหาเศษกระดาษไม่เจอ ก็เลยตัดสินใจรื้อครับ รื้อชุดเฟืองของเครื่องปริ้นท์ออกมาเลย และแล้ว ก็พบครับว่า มีหมึกจับตัวเป็นก้อนอยู่ปลายสายยางดูดหมึกดำ ก็ทั้งเขี่ยทั้งล้างออก เพื่อทำความสะอาดให้มากที่สุด

เผลอตัวแกะชุดเฟืองออกจากกัน ยุ่งเลยครับ คราวนี้ จำไม่ได้ว่าประกอบกลับยังไง เสียเวลานั่งศึกษาอยู่ตั้งนาน ในที่สุดก็ประกอบกลับได้ เฮ้อ เหนื่อย

จากนั้นก็ประกอบกลับคืนดังเดิม โดยไม่ลืมเอาแผ่นซับหมึกออกมาล้างทำความสะอาดก่อนใส่กลับคืน เสียน้ำไปหลายถังครับ นี่ก็กระเด็นมาเปื้อนเสื้อและกางเกงด้วย นี่ก็ไม่รู้จะซักออกหรือเปล่า

เมื่อประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ลองทดสอบครับ ลุ้นว่าจะใช้งานได้หรือเปล่า ก็ลองถ่ายเอกสารดูว่าใช้ได้หรือไม่ ปรากฏว่าใช้งานได้ เย้ ๆ ๆ

ตอนนี้ก็ใช้งานได้ปกติแล้วครับ เพราะฉะนั้นหากเพื่อน ๆ เจอ Error E3 แล้วหาเศษกระดาษไม่เจอละก็ รื้อชุดเฟืองมาทำความสะอาดแบบผมได้เลยครับ

วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551

คอมฯใหม่

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมกลับบ้านต่างจังหวัด ก็เลยไม่ได้อัพเดทเรื่องราวต่าง ๆ เพราะที่บ้านผมไม่มีคอมพิวเตอร์ นี่ก็อยู่มาได้เดือนนึงแล้ว

ก็เดินไปใช้งานคอมพิวเตอร์ที่ร้านเน็ต/เกมส์ใกล้บ้าน ซึ่งจากการที่ไม่ได้กลับบ้านมานาน มาคราวนี้มีร้านเน็ตใกล้บ้านเปิดบริการถึง 4 ร้านด้วยกัน แต่ก่อนผมต้องเดินไปเล่นที่ร้านที่ใกล้ที่สุด ก็ประมาณ 2 กิโลเมตร

ที่นี่คิดชั่วโมงละ 15 บาทเหมือนกันทุกร้าน ไม่มีการแข่งขันตัดราคากันมาก และมีลูกค้าประจำร้านกันมากทีเดียว ถ้าไปช่วงหลังเลิกเรียน หรือวันเสาร์-อาทิตย์นี่ มักจะไม่ได้เล่น

ก็เลยตัดสินใจว่า ซื้อคอมพิวเตอร์ติดบ้านซักเครื่องดีกว่า ก็ไปเดิน ๆ ดูร้านคอมฯแถวบ้าน เครื่องตั้งโต๊ะต่ำสุดก็หมึ่นหกพันบาท ซึ่งผมคิดว่าแพงเกินความจำเป็น เพราะโดยหลักแล้ว ผมนำมาใช้งานอินเตอร์เน็ตเท่านั้น เกมส์ต่าง ๆ ก็ไม่ได้เล่น

จนวันนึงไปซื้อของใช้ที่เทสโก้โลตัส ก็ไปเจอทางห้างนำเอาสินค้าโชว์มาลดราคา ก็รู้สึกสนใจเพราะราคาติดไว้ที่ 10,900 บาทเท่านั้น ก็มีหลากหลายแบรนด์ แต่ผมสะดุดกับ lenovo เพราะให้จอ lcd wide ขนาด 19 นิ้ว

ก็เลยตัดสินใจซื้อ ตอนที่ซื้อก็ลำบากนิดหน่อย รุ่นที่สนใจมีแค่สองเครื่อง แต่ละเครื่องก็มีอุปกรณ์ประกอบไม่ครบ ต้องเอาทั้งสองเครื่องมารวมกัน ก็ทดสอบเปิดดูก็โอเค หน้าจอไม่มีจุดดำ ก็จ่ายเงินขนกลับบ้าน ดั้งนั้นใครคิดซื้อคอมเลหลังจากห้างพวกนี้ ต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ดี ไม่งั้นต้องเสียเงินซื้อเอง

os ที่แถมมาเป็นฟรีดอส ก็เลยจัดการลงวินโดว์ Vista ซะเลย ก็ใช้งานได้ดี เพียงแต่ออกจะช้าซะหน่อย เพราะแรมที่แถมมากับเครื่องมีแค่ 512 เมกเท่านั้น ก็งง ๆ หน่อย เนื่องจากผมไม่เคยใช้วิสต้าเลย ปกติใช้แต่ xp เครื่องรุ่นที่ซื้อมาใช้ซีพียูอินเทล E2140 1.6 GHz ฮาร์ดดิสก์ 160 จิ้ก วีจีเอ-ซาวด์ออนบอร์ด มีสปีคเกอร์พร้อม

วัน ๆ ก็นั่งเปิดเล่นเกมส์ที่ติดมากับวินโดว์ เพราะโปรแกรมอื่น ๆ ก็ไม่มี แผ่นโปรแกรมต่าง ๆ อยู่ที่กรุงเทพฯทั้งหมด ยังไม่มีเวลาขึ้นไปเอา ไม่อยากเสียเงินซื้อที่นี่ เพราะโดยปกติผมจะใช้วิธีดาวน์โหลดเอา

เมื่อมีคอมฯแล้ว ก็ต้องมีอินเตอร์เน็ตให้ครบเครื่องซะหน่อย เพื่อจะได้ดาวน์โหลดโปรแกรมต่าง ๆ มาลง ก็มอง ๆ หาอินเตอร์เน็ตในตัวจังหวัดดู ก็พบกับโฆษณาของแม็กซ์เน็ต จึงโทรไปสอบถาม ซึ่งก็ได้ทราบว่าช่วงนี้มีบริการติดตั้งเบอร์โทรศัพท์ฟรีด้วย ผมจึงตัดสินใจติดตั้ง โดยเลือกแพคเกจความเร็ว 3 เมก เพราะอยากดาวน์โหลดได้เร็ว ๆ

ก็รออยู่อาทิตย์นึง กว่าช่างจะมาติดตั้งให้ ลองใช้ครั้งแรก ปรากฏว่าผิดหวังมาก เพราะโดยหลักแล้วผมจะใช้งานเว็บนอก แต่แพคเกจที่ติดตั้งเร็วเฉพาะเว็บในประเทศ ถ้าซื้อไปเล่นเกมส์ออนไลน์นี่เหมาะมาก ส่วนเวบเมืองนอกนี่ขอบอกว่าไม่สมควร

โทรไปขอเปลี่ยนแพคเกจก็ไม่ได้แล้ว เพราะเจ้าหน้าที่บอกได้ทำการบันทึกข้อมูลการใช้งานไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะเปลี่ยนก็ต้องเป็นเดือนหน้า เฮ้อ บริการ

ช่วงนี้ผมจะขึ้นกรุงเทพฯเดือนละสองครั้ง เพื่อเข้าไปจัดการเรื่องบางอย่างที่ร้าน ทั้งร้านเกมส์และร้านเน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรบ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งทั้งสองร้านของผมก็ใช้ระบบสมาชิกในการเก็บข้อมูลลูกค้า ซึ่งลูกค้าก็ให้ความร่วมมือดี แต่ก็มีเหมือนกันที่เมื่อบอกบางคนให้สมัครสมาชิกก่อนเล่น ก็ไม่ยอมเล่น เปลี่ยนไปเล่นร้านอื่นแทน เฮ้อ ยิ่งช่วงเดือนที่ผ่านมานี่ยอดรายได้ตกลงพอสมควรเลยทีเดียว

วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกัน ไว้มาคุยใหม่ครับ

วันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

ติดแทงค์สีเครื่องปริ้นท์ Canon

เมื่อกี้พึ่งติดตั้งแทงค์สีแคนนอนสำหรับอีกเครื่องที่ปกติผมจะใช้วิธีเติมหมึก เพราะตอนนี้ผมย้ายเครื่องนี้ไปไว้ที่ร้านเกม สำหรับให้บริการลูกค้า

อย่างที่ผมเคยคุยให้ฟังแล้ว ว่าผมมีปริ้นท์เตอร์รุ่น MP160 อยู่สองเครื่อง เครื่องแรกนั้นผมยกเครื่องไปให้ช่างที่พันธ์ทิพย์จัดการให้ ซึ่งในระหว่างที่ช่างทำการติดตั้ง ผมก็ยืนมองวิธิการติดตั้ง เผื่อจะรับติดตั้งแทงค์สีให้ลูกค้าบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลูกค้า เพราะคิดแล้วว่าอาจไม่คุ้ม เพราะถ้าหากทำไปแล้ว ทำให้ตลับหมึกลูกค้าเสียนี่ ขาดทุนแย่เลย เพราะตลับสีรุ่นนี้ ราคาสูงมาก

หลังจากเปิดร้านเกมส์ ผมก็ตั้งใจว่าจะนำปริ้นท์เตอร์ที่บ้านนี่ล่ะมาให้บริการลูกค้าที่ร้าน แต่ถ้าจะมาคอยเติมหมึกเมื่อหมึกหมด ก็อาจไม่สะดวกนัก จึงตัดสินใจที่จะติดแทงค์สี โดยจะทำการติดตั้งด้วยตนเอง

ก็ไปหาซื้อแทงค์สีที่พันธ์ทิพย์ โดยผมจะมีร้านประจำที่ผมไปซื้อหมึกเลเซอร์ ก็ขอให้เค้าหาแทงค์สีแคนนอนให้ชุดนึง สมัยก่อนผมเคยเดิน ๆ ถามตามร้านติดตั้งแทงค์ เค้าบอกขายชุดละ 600 กว่าบาท แต่สำหรับร้านประจำของผม เค้าบอก 400 บาท ผมก็เลยตกลง

เป็นชุดแทงค์สีของ COMAX มีอุปกรณ์ให้ครบชุด พร้อมทั้งวิธีติดตั้งเสร็จสรรพ ผมก็เลยซื้อมา 1 ชุด ทิ้งไว้ 3 วัน พึ่งจะมีเวลาทำในวันนี้

ก็อ่านตามคู่มือเลยครับ ก็ค่อนข้างเข้าใจ เพราะผมมีเครื่องที่เคยติดตั้งแทงค์ไว้แล้ว

ก็ทุลักทุเลพอสมควร แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งตอนเติมหมึกใส่แทงค์ แล้วต้องคอยยกสายหมึกไม่ให้หมึกไหลจนสุดสาย พอเติมหมึกเรียบร้อย ก็ถึงคราวนำไปติดตั้งกับเครื่องปริ้นท์ ก็ลุ้นน่าดูครับ

ครั้งแรกเลย เมื่อนำตลับหมึกไปติดตั้งเสร็จเรียบร้อย เปิดเครื่อง เครื่องแจ้งข้อผิดพลาด E15 ตลับหมึกไม่ได้ติดตั้ง เอาละสิทำไงเนี่ย ก็ลองมั่ว ๆ ดู ถอดเข้าถอดออกอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ใช้งานได้ ซึ่งผมคิดว่าสาเหตุน่าจะมาจากสายหมึกตึงเกินไปครับ

ก็ลองสั่งปริ้นท์ทดสอบก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจ โดยสั่งล้างหัวพิมพ์รอบเดียวเท่านั้น จากนั้นก็ทดสอบสแกน ก็เอาอีกแล้ว ขึ้น E2 ไม่มีกระดาษ ทั้ง ๆ ที่ใส่กระดาษไว้แท้ ๆ นึกว่าเซนเซอร์เช็คกระดาษเสียซะแล้ว ก็เลยนึกย้อนกลับไปก่อนสั่งสแกน ก็เหมือนเดิม ผมไปขยับสายหมึก ซึ่งมันก็ตึงเกินไป ก็ลองหย่อนสายภายในอีกหน่อย เปิดเครื่องอีกครั้ง ว้าว! ใช้ได้แล้ว สแกนออกมา โอเค สีใกล้เคียงต้นฉบับ

ก็รู้สึกภูมิใจไปอีกเรื่อง สงสัยจะได้เริ่มรับติดตั้งแทงค์แล้ว เพราะคำนวนดูแล้ว น่าจะพอมีกำไร เพราะแทงค์ 400 หมึก 4 สี 100 บาท (ผมซื้อขวดใหญ่ ตกซีซีละ 50 สตางค์ครับ) ก็เท่ากับต้นทุนอุปกรณ์ 500 บาท ว่าจะรับติดตั้งซัก 1,200 บาท อิอิ ตัดราคาพันธ์ทิพย์ซะเลย คราวก่อนผมไปติดตั้งที่พันธ์ทิพย์ 1,500 บาทครับ ตัวกรองอากาศยังไม่ให้มาเลย

ก็เล่าสู่กันฟังครับ แล้วถ้าภายหน้ามีปัญหาจากการติดตั้งครั้งนี้ ไว้จะมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ

แล้วก็ด้านล่างนี้เป็นคู่มือติดตั้งที่ร้านแถมมาให้ เอาไว้ให้เพื่อน ๆ ไว้ศึกษาละกัน

วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2551

วิธีแก้ตลับหมึกตัน

ผมใช้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตของแคนนอน รุ่น MP-160 ซึ่งจะใช้ตลับหมึก 2 รุ่นด้วยกัน คือ PG-40 กับ CL-41

เครื่องแรกที่ใช้ในร้านเน็ต ผมใช้การต่อแทงค์หมึก ส่วนอีกเครื่องที่ห้องผม ผมใช้วิธีการเติมหมึก

สำหรับเครื่องที่ต่อแทงค์ใช้งานในร้านเน็ต ก็ไม่มีปัญหาในการเติมหมึก และไม่ต้องทำการรีเซตหมึกแต่อย่างใด แต่สำหรับเครื่องที่ห้องที่ใช้การเติมหมึก ซึ่งผมไม่ได้พิมพ์บ่อยครั้งนัก เมื่อหมึกหมดก็ต้องนำมาเติมและรีเซตตลับหมึกทุกครั้ง เพื่อจะได้ทราบว่าในตลับเหลือหมึกอยู่เท่าไร และป้องการการสั่งพิมพ์งานโดยไม่มีหมึกในตลับ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อหัวพิมพ์ที่ตลับได้

หมึกที่ใช้เติม จะมีสองประเภท คือ หมึกชนิด pigment กับ dye โดยหมึกสีดำจะเป็นหมึกประเภท pigment และหมึกสีจะเป็นหมึกชนิด dye

ตามที่ผมเข้าใจ หมึก pigment น่าจะมีเนื้อสีผสมอยู่ด้วย แต่หมึก dye น่าจะเป็นหมึกน้ำ เพราะต้องนำมาผสมระหว่างแม่สี

หมึกน้ำก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการอุดตัน แต่หมึก pigment เนื่องจากมีเนื้อสีอยู่ด้วย ซึ่งหากเป็นหมึกคุณภาพไม่ดี เนื้อสีไม่ละเอียดแล้ว จะทำให้เนื้อสีไปเกาะส่วนต่าง ๆ และจับตัวกันได้

โดยจากการใช้งานของผมเอง เมื่อเติมหมึก pigment ไปซัก 2-3 รอบ จำนวนหมึกที่เติมก็จะได้น้อยลง ๆ ไปเรื่อย ๆ เติมนิดเดียวก็ล้นตลับแล้ว อาจเป็นเพราะเนื้อสีจับตัวกับฟองน้ำภายในปิดกั้นช่องทางไหลเวียนของหมึกในตลับ ซึ่งเราก็สามารถแก้ได้ไม่ยาก โดยนำมาล้างน้ำ

วิธีการก็คือ ผมจะดูดน้ำเปล่าฉีดเข้าไปในตลับสีดำเรื่อย ๆ จนกระทั้งสีที่ไหลออกมาจากตลับกลายเป็นน้ำเปล่า โดยผมจะไม่ใช้หลอดฉีดยาฉีดน้ำเข้าไป เพราะค่อนข้างเสียเวลาและถ้าฉีดแรงเกินไปก็อาจส่งผลกระทบต่อหัวฉีดภายในได้

ผมจะใช้วิธีกาลักน้ำ โดยผมซื้อสายให้น้ำเกลือมาหนึ่งชุด และเสียบเข็มฉีดยาเข้าไปภายในตลับ ส่วนอีกด้านก็แช่ไว้ในขันน้ำที่มีน้ำอยู่ปริมาณที่มากพอจะล้างสีในตลับให้หมด ก็ใช้วิธีกาลักน้ำให้น้ำไหลผ่านตลับไปเรื่อย ๆ จนเห็นว่าสีในตลับน่าจะหมดแล้ว จากนั้นก็ดูดน้ำในตลับออก แล้วค่อยเติมหมึก ซึ่งก็จะสามารถเติมหมึกได้ตามปริมาณที่ถูกต้อง

แต่หากเพื่อน ๆ ไม่มีตัวดูดหมึก ก็อาจใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำออกทางหัวพิมพ์ก็ได้ และไม่ต้องกังวลว่าน้ำในตลับจะยังเหลืออยู่ เพราะหมึกที่เราใช้เป็นหมึกสีดำ เมื่อเติมหมึกเข้าไป และนำมาใช้งาน จะไม่ส่งผลต่อสีสันมากนัก

ผมใช้วิธีนี้ล้างตลับหมึกสีดำมาสองรอบแล้ว ก็สามารถนำกลับมาใช้งานได้ดี เพียงแต่ช่วงแรก ความคมของตัวอักษรอาจจะแตกบ้างเล็กน้อย เนื่องจากมีน้ำเจือจางอยู่ แต่ก็ยอมรับได้ครับ

และสุดท้ายก่อนใส่ตลับหมึกกลับคืนเครื่องพิมพ์ ก็ควรเช็ดตลับหมึกให้แห้งก่อนนะครับ เพื่อจะได้ไม่ทำให้เครื่องเกิดความเสียหาย